วันเสาร์ที่ 15 มิถุนายน พ.ศ. 2562

Nu Skin ใหญ่แค่ไหน?

Nu Skin Enterprises (NUS) เป็น บริษัทด้านสุขภาพและความงาม ผลิตและจำหน่ายผลิตภัณฑ์ภายใต้แบรนด์ ageLOC, Pharmanex และ NuSkin มีช่องทางการขยายกิจการด้วย business model แบบ mlm internet marketing ทำให้บริษัทเติบโตเร็วขึ้นกว่าเดิม เข้าจดทะเบียนในตลาดหุ้น New York Stock Exchange ของอเมริกา ชื่อหุ้น NUS

Nu Skin ใหญ่แค่ไหนจะเล่าให้ฟัง

จุดเริ่มต้น
September 16, 1998
Big Planet Inc. บริษัทที่เรียกตัวเองว่า “Internetworking” หมายถึงบริษัทที่ให้บริการระบบอินเทอร์เน็ต และการทำการตลาดหลายระดับ โดยมีบริษัทแม่คือ บริษัท Nu Skin USA เพื่อดำเนินการขายผลิตภัณฑ์ผ่านทางอินเทอร์เน็ต
บริษัท Big Planet Inc. ย้ายจาก Portland ไปยัง Provo เมื่อเดือนพฤศจิกายน เพื่อที่จะเป็นผู้ให้บริการอินเทอร์เน็ตรายใหญ่ที่สุดแห่งหนึ่งของรัฐ (ISP : Internet service provider) โดย Big Planet Inc. เปิดตัวศูนย์ปฏิบัติการ 9 ล้านดอลลาร์ใน Provo เป็นศูนย์บริการที่ทันสมัย ทำหน้าที่เป็นศูนย์กลางสำหรับบริการอินเทอร์เน็ตและบริการสนับสนุนลูกค้าของบริษัท ศูนย์แห่งนี้มีพนักงานเกือบ 200 คนทำงานตลอด 24 ชั่วโมง แก่ผู้บริโภค Nu Skin มีผู้จัดจำหน่ายอิสระประมาณ 40,000 ราย
ด้วย committed ที่ว่า…
“เรามุ่งมั่นที่จะให้บริการลูกค้าและตัวแทนของเราเฉพาะผลิตภัณฑ์ที่เรียบง่ายเชื่อถือได้และสะดวกสบาย”
Richard King ประธาน บริษัท บิ๊กแพลนเน็ต (Founder and President, Big Planet Inc.)
ซึ่งเป็นผู้บริหาร (Chief Information Officer) ของ Novell ผู้รับผิดชอบด้านการพัฒนาและการตลาด NetWare ปัจจุบันก็คือ SUSE โดยที่บริษัท Attachmate เข้าซื้อกิจการของ Novell และได้ขายทรัพย์สินทางปัญญาส่วนหนึ่งให้ Microsoft ปัจจุบันบริษัทแม่ของ SUSE คือ Micro Focus และมีตัวแทนขายหรือ Distributor ในประเทศไทยก็คือ Ingram Micro ปัจจุบัน Richard King ก่อตั้งบริษัทซอฟต์แวร์และซูโลชั่นในชื่อ FATPOT Technologies
เจ้าหน้าที่ของ Big Planet กล่าว…
เราใช้อุปกรณ์จัดเก็บข้อมูลระดับโลก และมุ่งมั่นที่จะใช้ฮาร์ดแวร์และซอฟท์แวร์ระดับ tier-one
เช่น Sun Microsystems, Cisco Systems, Compaq, Oracle เป็นต้น (ปัจจุบันบริเหล่านี้ขายกิจการไปบ้างแล้ว )
Daniel Smith หนึ่งในผู้ก่อตั้ง Big Planet ซึ่งเคยทำงานที่ Microsoft และ CheckFree ได้รับการยกย่องว่าเป็นสถาปนิกของศูนย์ปฏิบัติการแห่งใหม่ หรือ architect of the new operations center เขาเป็นผู้รับผิดชอบด้านการใช้บริการและผลิตภัณฑ์ของบริษัท ด้านการจัดการความสัมพันธ์กับผู้จำหน่ายและคู่ค้าของ ISP ตลอดจนการดูแลรักษาเซิร์ฟเวอร์มากกว่า 100 เครื่อง ในเครือข่ายของ Big Planet.
Nu Skin ดำเนินงานในกว่า 54 ประเทศทั่วโลก บริษัท ก่อตั้งขึ้นในปี 1984 โดย Blake Roney, Sandie Tillotson, และ Steve Lund ในยูทาห์ โดยมีคุณ Steve Lund เป็นประธานคณะกรรมการของ บริษัท ฯ Sandie Tillotson เป็นรองประธานอาวุโส (SVP) และคุณ Blake Roney ทำหน้าที่เป็นซีอีโอของ บริษัท ตั้งแต่ปี 1984-1996 และเป็นประธานของคณะกรรมการจากปี 1996 ถึงปี 2012 บริษัท ฯ มีจำนวนพนังงานมากกว่า 4,800 คน และตัวแทนขายทั่วโลก
New York Stock Exchange’s Nu Skin Enterprises
Nu Skin Enterprises กำเนิดขึ้นจากปรัชญาเริ่มแรกของผู้ก่อตั้งที่ต้องการผลิตภัณฑ์ดูแลผิวที่รวมไว้แต่สิ่งที่ดีปราศจากสิ่งที่เป็นโทษ (ALL OF THE GOOD, NONE OF THE BAD) พัฒนาต่อยอดมาเป็นผลิตภัณฑ์ภายใต้คอนเซ็ปต์ “ความแตกต่างที่พิสูจน์ได้” และวันนี้ Nu Skin Enterprises พร้อมด้วยนวัตกรรมที่โดดเด่น และครบทุกมิติเพื่อพัฒนาสู่ก้าวต่อไปของการเป็นผู้นำด้านการต่อต้านความเสื่อมชราตัวจริง
Nu Skin Enterprises
Nu Skin Enterprises ลงทุนทุ่มงบเกือบ 4,000 ล้านบาทในการสร้างศูนย์นวัตกรรม NU SKIN INNOVATION CENTER บนพื้นที่มาากว่า 3 แสนตารางเมตร ที่เมืองโพรโวมลรัฐยูท่าห์ ประเทศสหรัฐอเมริกา เพื่อให้เป็นศูนย์รวมการวิจัย ครบวงจรที่ทันสมัยของโลกโดยมุ่งพัฒนาผลิตภัณฑ์ต่อต้านความเสื่อมชราทั้งจาก OUTSIDE-IN และ INSIDE-OUT พร้อมกับการครอบครองสถาบันไลฟ์เจนเทคโนโลยี (LifeGenTechnology) ที่เรียกได้ว่าเป็นคลังยีนมนุษย์ที่ใหญ่ที่สุดในโลกทั้งหมดนี้นำมาซึ่งการค้นพบเทคโนโลยีเอจล็อค ที่เป็นลิขสิทธิ์เฉพาะของ นู สกิน แต่เพียงผู้เดียว

ใครคือบริษัท LifeGen Technology?

LifeGen Technologies เป็นหนึ่งในบริษัทสตาร์ทอัพจาก WARF ที่ประสบความสำเร็จ และ exits แล้ว ไลฟ์เจนเทคโนโลยีเป็นบริษัทที่ดำเนินงานเกี่ยวกับการวิจัยและค้นคว้าด้านรหัสพันธุกรรม (หรือยีน) มีเป้าหมายในการเก็บรวบรวมฐานข้อมูลเกี่ยวกับการแสดงออกของยีน Gene expression database on aging
ปี 2011 – Nu Skin Enterprises ลงทุนและต่อยอด เข้าซื้อกิจการจาก WARF ด้วยเงินลงทุน 11.7 ล้านเหรียญสหรัฐ หรือประมาณ 350 ล้านบาทโดยข้อตกลงการซื้อกิจการในครั้งนี้เป็นการมอบสิทธิการออกใบอนุญาตที่ครอบคลุมและการคุ้มครองสิทธิบัตรที่เกี่ยวข้องกับฐานข้อมูลการแสดงออกของยีน และทรัพย์สินทางปัญญาอื่นๆ ให้กับบริษัท นูสกิน เอ็นเตอร์ไพรส์ อิงค์ โดยทันที
LifeGen
Nu Skin Enterprises ต่อยอดจาก innovation ที่นักวิทยาศาสตร์ นูสกิน ได้คิดค้น รวมถึงการเข้าถือครอง “LifeGen Technologies” สถาบันวิจัยพันธุกรรมมนุษย์ที่ศึกษาในเรื่องยีนมากกว่า 30 ปี และมีระบบคลังยีนที่ใหญ่ที่สุด ด้วยเงินทุนกว่า 350 ล้านบาท รวมไปถึงการได้รับความร่วมมือเป็นพันธมิตรทาง innovation จาก ดร.วิชาร์ด ไวน์ดรัช และดร. โทมัส พรอลล่า ซึ่งทั้ง 2 ท่าน คือ นักพันธุวิศวกรรมมนุษย์ผู้ก่อตั้ง LifeGen Technologies อีกด้วยยิ่งไปกว่านั้น Nu Skin Enterprises ยังทุ่มงบประมาณอีกเกือบ 4,000 ล้านบาท ในการสร้าง NU SKIN INNOVATION CENTER ที่ตั้งอยุ่ที่เมืองโพรโว มลรัฐยูท่าห์ ประเทศสหรัฐอเมริกา

รู้หรือไม่ว่าบริษัท Nu Skin Enterprise มีระบบคอมพิวเตอร์ ใหญ่แค่ไหน?

NU SKIN DATA CENTER ANTI-AGING SOLUTIONS
CommScope บริษัทผู้ออกแบบศูนย์ข้อมูลชั่นนำของโลก (ในชื่อแบร์ด SYSTIMAX) เผย Success Story ศูนย์วิจัยของ Nu Skin Enterprises บริษัทการต่อต้านริ้ว รอยชั้นนำของโลก รายงานการขยายสำนักงานใหญ่ สร้าง Next-Gen Datacenter for the next generation of youthful anti-aging solutions รองรับธุรกิจ Anti- aging ระดับโลก Next-gen data center for the next generation of youthful anti-aging solutions.
NU SKIN DATA CENTER ANTI-AGING SOLUTIONS
Nu Skin Enterprise บริษัทนวัตกรรมต่อต้านความเสื่อมชราชั้นนำของโลก มีศูนย์การจัดเก็บฐานข้อมูลของผู้แทนจำหน่าย 54 ประเทศทั่วโลก ด้วยระบบ SAP จ่ายค่าคอมมิชชั่นให้กับผู้แทนจำหน่ายทั่วโลกแบบไร้พรมแดน ตรงเวลาที่สุด ไม่มีข้อผิดพลาดของข้อมูล และลงทุนกว่า 358 ล้านบาท กับเทคโนโลยีระบบสตอเรจจัดเก็บข้อมูลที่มีความปลอดภัยสูงสุดอย่าง EMC’s Symmetrix storage platform (EMC® VNX™) บริหารจัดการระบบด้วยซอต์แวร์ TimeFinder storage replication และ ControlCenter storage resource-management.

รู้หรือไม่ว่า ตอนนี้ Nu Skin Enterprise มีรายได้จากผลิตภัณฑ์กี่แบรนด์

แบ่งออกเป็น 3 กลุ่มคือ
1. กลุ่มผลิตภัณฑ์ความงาม การดูแลส่วนบุคคล (Personal Care) ภายใต้แบรนด์ Nu Skin
2. กลุ่มผลิตภัณฑ์เพื่อสุขภาพและโภชนาการ (Nutrition) ที่รู้จักในแบรนด์ Pharmanex แบรนด์ชั้นนำระดับโลก
3. กลุ่มผลิตภัณฑ์ความงามขั้นสูง (Ageloc Technology) ที่รู้จักในแบรนด์ ageLOC
ผลิตภัณฑ์แบรนด์ ageLOC : เช่น ageLOC Spa, ageLCO Transformation System, ageLOC true face essence ultra anti-aging skin care serum, Epoch products, และ ผลิตเครื่องสำอาง ผลิตภัณฑ์บำรุงเส้นผม ageLOC skin care product รายได้คิดเป็น 21% มาจากกลุ่มผลิตภัณฑ์ ageLOC Skin Caare ของรายได้บริษัท และอีก 41% มาจากกลุ่มผลิตภัฑณ์ภายใต้แบนรน์ Nu Skin.
ผลิตภัณฑ์แบรนด์ Pharmanex : เช่น ageLOC TR 90, LifePak, และ ageLOC R 2 รายได้คิดเป็น 11% จากผลิตภัฑณ์ ageLOC TR 90 ของรายได้บริษัท และ 28% จากผลิตภัณฑ์แบรนด์ Pharmanex และ ageLOC Technology.
ตอนนี้ Nu Skin มีมูลค่าบริษัทใหญ่กว่าบริษัทในประเทศไทย
ปัจจุบันราคาหุ้นของ บริษัท อยู่ที่ $77 (ณ วันที่เขียนบทความนี้)
มูลค่าของตลาด $4.2 พันล้าน (MKT CAP) และมูลค่ากิจการ 2.0 $ พันล้าน (YIELD)

ในปี 2017 บริษัท Nu Skin มีรายได้รวมกันทั้งหมดมากแค่ไหน?

(หน่วยเป็น ล้านเหรียญสหรัฐ) *In Millions of USD
รายได้ (Revenue) = 2280 ล้านเหรียญสหรัฐ
ต้นทุนขาย (Cost Of Goods Sold) = 502 ล้านเหรียญสหรัฐ
ค่าใช้จ่ายขายและบริหาร (Selling General & Admin Exp)      1500  ล้านเหรียญสหรัฐ
กำไร (ขาดทุน) จากการดำเนินงาน  (Operating Income) +278     ล้านเหรียญสหรัฐ
กำไร (ขาดทุน) จากการดำเนินงาน  = รายได้ – ต้นทุนขาย – ค่าใช้จ่ายขายและบริหาร
กำไร (ขาดทุน) จากการดำเนินงาน = 2280 – 502 – 1500 = +278 ล้านเหรียญสหรัฐ
เพิ่มเติม: หากไปดูในรายละเอียด Income statement พบว่า ต้นทุนขาย มีค่าเสื่อมราคาฯ  (Depreciation & Amort) = 0 และค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารมีค่าเสื่อมราคาฯ = 0 ล้านบาท ดังนั้น ค่าเสื่อมราคารวม  = 0 + 0 = 0
ดังนั้นจากสมการ
EBITDA = ยอดขาย – ต้นทุนขาย – ค่าใช้จ่ายในการขายและบริหาร + ค่าเสื่อมราคาและตัดจำหน่าย
EBITDA = 2280 – 502 – 1500 + 0 = +278 ล้านเหรียญสหรัฐ
นั้นหมายความว่ากิจการมีกระแสเงินสด จากการดำเนินงานคงเหลือ 278 ล้านเหรียญสหรัฐ และกิจการมีกำไรจากการดำเนินงาน  278 ล้านเหรียญสหรัฐ ดังนั้นกิจการจึงมีสภาพคล่องสูงมาก

* (-) ขาดทุน (+) กำไร
EBITDA คือ กำไรก่อนหักค่าเสื่อมราคา (กำไรจากการดำเนินงานที่อยู่ในรูปของเงินสดจริงๆ)
สมการ EBITDA = ยอดขาย – ต้นทุนขาย – ค่าใช้จ่ายในการขายและบริหาร + ค่าเสื่อมราคาและตัดจำหน่าย

Revenue — รายได้
Cost Of Goods Sold — ต้นทุนขาย
Gross Profit — กำไรขั้นต้น
EBITDA — กำไรก่อนหักค่าเสื่อมราคา