| Practice...การฝึกฝน การลงมือทำส่งผลลัพธ์สู่ความสำเร็จในธุรกิจขายตรง | |
|
วันจันทร์ที่ 25 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2556
การฝึกฝน การลงมือทำส่งผลลัพธ์สู่ความสำเร็จในธุรกิจ
วันอาทิตย์ที่ 24 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2556
เสน่ห์เกินห้ามใจ
คุณเคยขอร้องให้ใครสักคนช่วยเหลือ แล้วรู้สึกประหลาดใจอย่างมากเมื่อเขายินยอมช่วยคุณอย่างเต็มอกเต็มใจ บ้างไหม ?
หรือบางทีคุณแค่อยากทำให้ ผู้หญิง หรือผู้ชาย คนหนึ่งประทับใจในตัวคุณ แต่เขากลับรู้สึกว่าคุณเป็นคนที่มีเสน่ห์จนเกินห้ามใจไม่ไหวเลยรึปล่าว ?
คุณเคยสงสัยรึเปล่าว่าเป็นเพราะอะไร โชคชตา สถาณการณ์ เวลาอันพอเหมาะ หรือว่าอารมณ์ของเขา หรือสิ่งที่เราทำมันโดนใจ หากคุณได้รู้เทคนิคบางอย่างคุณอาจสามารถใช้หลักการเดียวกันเพื่อควบคุมพฤติกรรมมนุษย์ได้โดยไม่รู้ตัว
สิ่งที่กำลังจะพูดถึงไม่ใช่เป็นกลอุบายไดๆทั้งสิ้น เป็นหลักจิตวิทยาโดยเฉพาะ ข่าวดีคือคุณสามารถนำไปประยุกต์ใช้ได้ทุกสถานการณ์และปฏิบัติซ้ำๆเพื่อให้เกิดผลตอบรับเหมือนเดิมได้อย่างเป็นระบบทุกครั้งที่คุณต้องการ
กฎแห่งการให้ด้วยความปราถนาดี
แน่นอนที่สุดก่อนที่จะให้คุณต้องมีในสิ่งที่จะให้สิ่งที่ง่ายที่สุดคือความปราถนาดีต่อผู้คน คุณต้องตระหนักอยู่เสมอว่าคุณมีจิตใจดีอย่างเหลือเฟือพร้อมที่จะแบ่งปัน ให้ได้กับทุกคนอย่างไม่มีวันหมด คุณคงเคยได้ยินคำโบราณที่เป็นความจริงที่ได้สั่งสอนกันสืบต่อมาใช้ได้ทุกยุคต์ทุกสมัย คือ อยากให้เขาไหว้ต้องว่ายเขาก่อน
ความจริงข้อนี้คงไม่ต้องพิสูตรจริงๆนะครับแค่หลับตานึกดูก็พอ หากคุณเดินสวนทางกับคนที่ไม่รู้จัก หากคุณ ยิ้มให้เขาก็จะยิ้มตอบมา อาจจะงง ๆอยู่บ้าง หรือจะให้ได้ผลเร็วก็ลองตบหน้าหรือเขกหัวสักทีหนึ่ง คุณจะได้รับผลตอบแทนอย่างสาสมชนิดที่ไม่ต้องบรรยายเลยว่ามั๊ย
จึงเป็นการการันตีได้ว่าคุณอยากได้สิ่งใดคุณควรให้สิ่งนั้นก่อนแล้วคุณจะได้อย่างไม่มีทางหลีกเลี่ยง ถึงแม้จะทราบดีถึงหลักการและวิธีการแล้วก็เป็นเรื่องยากที่จะเขียนออกมาเป็นหลักสูตรสำเร็จรูป
แต่หากคุณได้เข้าถึงหัวใจของการให้อย่างแท้จริงและใด้ลงมือทำอย่างจริงใจแล้วคนที่รับจะรู้สึกได้ถึงคลื่นแห่งความปราถนาดีของคุณ
เริ่มต้นลงมือสร้างคลื่นแม่เหล็กในตัวคุณโดยการสนใจ เอาใจใส่ปราถนาดีกับคนรอบข้าง ให้เหมือนกับเวลาที่คุณจีบชายหนุ่มหรือหญิงสาวที่คุณหมายปอง
นี่เป็นเพียงเทคนิคข้ันพื้นฐานในการเป็นมนุษแม่เหล็ก ในครั้งต่อไปผมจะมาแนะนำเทคนิคขั้นเทพดึงดูดให้ผู้คนหลั่งไหลเข้ามาหาคุณยังกับเป็นมนุษแม่เหล็ก แล้วพบกันในบทความต่อไปครับ
วันอังคารที่ 19 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2556
อิสรภาพทางการเงิน
หลายๆคนคงเคยได้ยินกับคำว่าอิสรภาพทางการเงิน แต่อาจยังไม่เข้าใจความหมายของคำว่าอิสรภาพทางการเงินคืออะไร สำหรับผมคำว่าอิสรภาพทางการเงินคือการที่เราไม่ต้องลงแรงทำงาน สามารถมีเวลาทำในสิ่งที่ตนเองชอบโดยไม่เดือดร้อนเรื่องเงินทอง พอมาถึงตรงนี้หลายคนอาจสงสัยว่า ไม่ได้ทำงานแล้วจะเอาเงินมาจากไหนหละ ซึ่งผมก็ระบุชัดแล้วว่าไม่ได้ลงแรงทำงาน คำว่าไม่ได้ลงแรงทำงานไม่ได้หมายความว่าไม่ต้องทำงาน แต่เราต้องรู้จักใช้ทรัพย์สินหรือรู้จักใช้เงินทำงานแทนเรา เพื่อที่เราจะได้มีเวลาให้กับชีวิตของเรา หรือมีอิสรภาพทางการเงิน
คนส่วนมากใช้เวลาทั้งชีวิตหมดไปกับการทำงาน เพื่อเอาเงินไว้ใช้ยามแก่เฒ่า หรือบางคนอาจทำงานทั้งชีวิต ซึ่งมันเป็นเรื่องที่ไม่สมควรจะเป็น เพราะชีวิตเราเกิดมาครั้งเดียว เราควรจะได้ใช้ชีวิตอย่างเต็มที่และคุ้มค่า ชีวิตเป็นของเรา ดังนั้นอิสรภาพทางการเงินจึงเป็นที่ใฝาฝันของใครต่อใครหลายๆคน
บทความต่อไปผมจะบอกถึงความแตกต่างระหว่าง active income และ passive income ซึ่งเป็นรายรับทั้ง 2 แบบ ว่าแตกต่างกันอย่างไร รายรับแบบใดกันที่ทำให้เกิดอิสรภาพทางการเงิน และแบบใดที่คุณต้องทำงานทั้งชีวิตเพื่อเงิน
Many people have heard the term financial freedom. But they may not understand the meaning of financial freedom is. For me the financial freedom is that we do not have to work effort. We can have time to do what we like and do not trouble about money.When it comes to this, many people may wonder. Does not work?, then the money comes from where?. It is not clear that the work effort. The effort did not work, does not mean it does not work. But we need to know about the property or money to work on our behalf. So that we have time for our life. Or have financial freedom.
Most people spend their whole lives to work out. They save money from work to use when they old.Some people may work and live. It is not reasonable to be. Life, we come at once.We should be able to live full and rewarding. Our lives. The financial freedom is the dream of a many people.The following article, I will tell the difference between active income and passive income is income that the difference between the two. Any revenue that is causing financial freedom. And do you have to work their whole lives for money.
วันจันทร์ที่ 18 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2556
อะไรคือ Passive Income
Active income หรือรายได้ที่ได้มาจากการทำงาน เป็นรายได้ของคนส่วนมากในปัจจุบัน เป็นรายได้ที่เกิดจากการทำงานของเรา ถ้าหากว่าเราหยุดทำงาน เราก็จะขาดรายได้ ดังนั้นการหารายได้แบบ active income เราจะไม่สามารถหยุดการทำงานของเราได้เลย เช่น พนักงานออฟฟิศ ลูกจ้างประจำ ซึ่งรายได้ที่ได้มาจะต้องแลกกับแรงงานของเรา รวมถึงเวลาในชีวิตของเรา เราต้องทำงานทั้งชีวิตเพื่อรายได้ประเภทนี้ หลายคนอาจพอใจที่จะทำงานที่ได้รายได้ประเภทนี้ แล้วเก็บรายได้ที่ได้มาเอาไว้ใช้ตอนเกษียนหรือชรา แต่ก็อาจลืมไปว่าตอนนั้นร่างกายของเราก็ทรุดโทรม ไม่เหมือนตอนหนุ่มสาวที่สุขภาพแข็งแรง สามารถไปไหนมาไหนได้สะดวก ความรู้สึกที่ได้รับจากการมีอิสรภาพทางการเงิน ณ เวลานี้กับตอนชรา คงต่างกันไม่น้อยเลยทีเดียว
Passive income เป็นรายได้ที่ได้มาแม้เราไม่ได้ทำงาน หรือทำงานหนักเพียงครั้งเดียว บางทีหลายๆคนอาจยังมองไม่เห็นภาพ ตัวอย่างที่ง่ายที่สุดเลยก็คือ เราทำงานหนักเพื่อซื้ออสังหาริมทรัพย์ อย่างใดอย่างหนึ่งเช่น บ้าน ที่ดิน หรือห้องเช่า จากนั้นเราก็เอาอสังหาริมทรัพย์เรานั้น ปล่อยให้คนอื่นเช่าต่อ ก็จะทำให้เรามีรายได้จากค่าเช่าเป็น passive income ในทุกๆเดือน ถึงแม้เราจะไม่ได้ทำงานก็สามารถอยู่ได้ อีกตัวอย่างหนึ่งก็คือ การลงทุนในตลาดหุ้นแบบ value investment หรือลงทุนแบบเน้นคุณค่าในตัวหุ้น หรือเราจะเน้นลงทุนในหุ้นที่มีการจ่ายเงินปันผลอย่างสม่ำเสมอ ก็นับว่าเป็น passive income ในอีกรูปแบบ การหารายได้หรือรายรับแบบ passive นั้นอาจต้องเหนื่อยในตอนแรก แต่ถ้าเราสามารถทำได้สำเร็จ จะทำให้เรามีอิสรภาพทางการเงินอย่างแน่นอน
นี้ก็เป็นความหมายและตัวอย่างแบบง่ายๆของ active income และ passive income ที่คุณสามารถเลือกเองได้ ว่าอยากมีรายได้แบบไหน ในตอนหน้าจะเป็นเรื่องราวเกี่ยวกับ passive income แบบละเอียดยิ่งขั้น
Active income or income derived from work. The income of most people today. As a result of our work. If we stop working. We will lose money. So, to earn an active income, we will not stop our work including staff office which can be obtained in exchange for our labor. Including the time in our lives. We have to work their whole lives to have this type. Many people may prefer to work with this kind of money. The revenue collection has been the use of retirement or old age. However, they may forget that it's body is deteriorating. Unlike the young, healthy. You can come and go as easily. I have received from the financial autonomy at this time or the elderly, it is very different.
Passive income is income received, though we do not work or work hard only once. Perhaps many people may not understand. For easiest example, We work hard to buy real estate. One such house, land or apartment, we took our property. Let others lease. It will provide us with the rental income from a passive income every month, even though we are not working, it can be. Another example is. The stock market or investment of value investment style focuses on the value of the shares. We will invest in stocks that pay dividends regularly is treated as passive income in the form of a passive income orgains may be tired at first. But if we were successful. It certainly gives us financial autonomy.
วันอาทิตย์ที่ 17 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2556
ธุรกิจส่วนตัว VS เจ้าของธุรกิจ
ธุรกิจส่วนตัว VS เจ้าของธุรกิจ
(Personal business VS Business owners)
คำว่าธุรกิจส่วนตัว กับ เจ้าของธุรกิจนั้น มีความคล้ายคลึงกันมากทีเดียว จนทำให้หลายๆคนเข้าใจผิดว่า มันคือคำๆเดียวกัน แต่ในความเป็นจริงนั้น 2 คำนี้แตกต่างกันอย่างมาก เพราะคำว่า ธุรกิจส่วนตัวนั้น หมายความว่าคุณมีธุรกิจเป็นของตัวเอง คุณบริหารจัดการเองทั้งหมด ไม่ว่าจะเป็นด้านการทำงาน ด้านการเงิน ด้านบัญชี และด้านอื่นๆที่เกี่ยวข้อง ส่วนผู้ที่เป็นเจ้าของธุรกิจนั้นแค่มีหน้าที่บริหารคนในกิจการของตนทำงานให้บรรลุผลตามเป้าหมายที่ตั้งไว้ก็พอ คุณไม่จำเป็นต้องมีความรู้ลึกๆ ในทุกเรื่องของกิจการคุณ ไม่ว่าจะเป็นบัญชี ด้านบุคคล ด้านทรัพยากร สิ่งเหล่านี้คุณสามารถให้คนที่เก่งกว่าคุณ ชำนาญกว่าคุณในด้านนั้นๆทำงานแทนคุณได้
จากเหตุผลข้างต้นจะเห็นได้ว่าคนที่ทำธุรกิจส่วนตัว ต้องทำงานด้วยตนเองในทุกๆเรื่อง แม้ตนจะไม่ถนัดในเรื่องนั้นๆ ทำให้เวลาที่มีอยู่หมดไปกับการมำงานด้วยตนเอง ในขณะที่เจ้าของธุรกิจสามารถให้คนที่เก่งในแต่ละด้านมาช่วยเราทำงานได้ เราแค่มีหน้าที่ดูแลงานในทุกส่วน เสมือนกับว่าทุกคนนั้นทำงานเพื่อเรา ทำให้เราสามารถมีเวลาว่างไปทำอย่างอื่นได้เต็มที่
คุณคิดว่าคนสองประเภทนี้ใครรวยกว่ากัน?
Personal business and business owner. Are quite similar. That many people misunderstand that.It is the same. But in fact the two words are very different because it is Personal business. This means that you have your own business. You manage it all yourself.The functional aspects of financial accounting and other related aspects. Those business owners that I have a duty to manage the affairs of the people in their work to achieve the target set is enough. You do not need a deep knowledge. All aspects of the business you have. The human resources of these accounts, you can choose people better than you do it for you.
It can be seen from the above reasons that people do business. Everything must be run manually. Even if they do not know about it. The time has gone on to work regularly on their own. As a business owner can make to help us excel in every field of work. We are not responsible in any section. As if everyone is working for us. We can have free time to do something else full.
Who is the richest?
It can be seen from the above reasons that people do business. Everything must be run manually. Even if they do not know about it. The time has gone on to work regularly on their own. As a business owner can make to help us excel in every field of work. We are not responsible in any section. As if everyone is working for us. We can have free time to do something else full.
Who is the richest?
วันเสาร์ที่ 16 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2556
สัมมนาฟรี กลยุทธพิชิตความสำเร็จในธุรกิจเครือข่าย
ด่วนเปิดสัมมนาฟรี ในหัวข้อ ทำอย่างไรให้ประสบความสำเร็จในธุรกิจเครือข่าย
บรรยายโดยวิทยากรที่มีประสบการณ์ และประสบความสำเร็จจากธุรกิจธนาคาร ธุรกิจเครือข่าย และหลากหลายอาชีพ
เรียนฟรี! สำรองที่นั่งด่วน! รับจำนวนจำกัด! (รอบละ10ที่นั่ง)
| (14.00-16.00 น.) | (16.00-20.00 น.) | (16.00-20.00 น.) |
| วันเสาร์ที่ 2 มี.ค. 56 | วันจันทร์ ที่ 4 มี.ค. 56 | วันพุธ ที่ 6 มี.ค. 56 |
| วันเสาร์ที่ 9 มี.ค. 56 | วันจันทร์ ที่ 11 มี.ค. 56 | วันพุธ ที่ 13 มี.ค. 56 |
| วันเสาร์ที่ 16 มี.ค. 56 | วันจันทร์ ที่ 18 มี.ค. 56 | วันพุธ ที่ 20 มี.ค. 56 |
| วันเสาร์ที่ 23 มี.ค. 56 | วันจันทร์ ที่ 25 มี.ค. 56 | วันพุธ ที่ 27 มี.ค. 56 |
จองสัมมนาฟรีได้ 3 ช่องทาง คือ
1. กรอกข้อมูลหน้า สัมมนาฟรี
2. อีเมล์ oneplanetnetwork@gmail.com
3. โทร 087-4242-995 / 081-944-9542 (9.00-18.00)
หัวข้อในการบรรยาย
1. ธุรกิจเครือข่ายดีจริงหรือ
2. ทำอย่างไรจะประสบความสำเร็จกับธุรกิจเครือข่าย 3. เจาะลึกสุดยอดระบบ สร้างรายได้
4. กลยุทธพิชิตความสำเร็จในธุรกิจเครือข่าย
เหมาะสำหรับ ผู้ที่สนใจทำธุรกิจเครือข่าย ที่อยากจะประสบความสำเร็จ
ผู้ที่สนใจและอยากทราบความจริงเกี่ยวกับธุรกิจเครือข่าย ว่าสามารถรวยได้จริงหรือ ผู้ที่ต้องการความรู้เพิ่มเติมจากธุรกิจเครือข่าย โดยไม่อยากถูกหลอก
ผู้ที่สนใจและอยากทราบความจริงเกี่ยวกับธุรกิจเครือข่าย ว่าสามารถรวยได้จริงหรือ ผู้ที่ต้องการความรู้เพิ่มเติมจากธุรกิจเครือข่าย โดยไม่อยากถูกหลอก
* คำเตือน โปรดตรวจสอบความมั่นคงของบริษัท ก่อนการลงทุน *
ทรัพยากรที่ใช้ไม่มีวันหมด
บุคคลที่ประสบความสำเร็จร่ำรวยมหาศาล…ล้วนล้มเหลวมานับครั้งไม่ถ้วน เพราะ…แนวคิดที่ แตกต่างทำให้พวกเขากลับมาเป็น…บุคคลที่ประสบความสำเร็จอย่างยิ่งใหญ่
คุณเคยรู้สึกบ้างไหมว่า…บางครั้งงานหรือสิ่งที่คุณทำอยู่มันอาจดูเล็กลง และแทบจะไม่มีความหมายอะไรเลย
เมื่อเทียบกับ…สิ่งที่คุณต้องการในชีวิต บางครั้ง…ในความคิดคำนึงของเรา เพียงแค่…แรงบันดาลใจเล็กๆ
มันก็สามารถก่อตัวเป็นระลอก…เพื่อสร้างกระแสที่จะก้าวไปสู่ความสำเร็จในชีวิตได้…
เริ่มต้นจาก…ก้าวเล็กๆก้าวไปที่ละก้าว ตามหนทางชีวิต…ที่เราเองเป็นผู้ลิขิต
และผมจะบอกแหล่งทรัพยากรทีคุณสามารถนำมาใช้อย่างฟุ่มเฟือยและไม่มีวันหมดยิ่งใช้ยิ่งงอกงามยิ่งเพิ่มทวีคูณ แตกต่างจากคนทั่วไปที่ดิ้นรน เก็บออม ครึ่งค่อนชีวิต ถึงจะได้เงินมาลงทุน เพื่อจะได้ สิ่งไดสิ่งหนึ่งกลับมา
หากเราต้องการอะไรสักอย่างเราต้องเอาอะไรบางอย่างไปแลก
- เอาเงินไปซื้อของ เพราะ เงินเป็นตัวกลางในการแลกเปลี่ยน ในยุคต์ปัจจุบัน
- เอาของไปขายเป็นเงิน เพื่อเอาเงินมาไว้แลกของที่ต้องการ
- เอาเงินไปซื้อเวลา เช่น จ่ายค่าทางด่วน จะได้เดินทางได้เร็วขึ้น
- เอาเวลาและแรงงานไปแลกกับเงิน ทำงาน รับจ้าง
- ฯลฯ
- เอาของไปขายเป็นเงิน เพื่อเอาเงินมาไว้แลกของที่ต้องการ
- เอาเงินไปซื้อเวลา เช่น จ่ายค่าทางด่วน จะได้เดินทางได้เร็วขึ้น
- เอาเวลาและแรงงานไปแลกกับเงิน ทำงาน รับจ้าง
- ฯลฯ
สิ่งที่เราเอาไปแลก คือ “ทุน” ที่เรามี เราเรียกว่า “ทุนชีวิต” ถ้าเราอยากได้มากขึ้น ก็ต้องใช้ “ทุน” ที่สูงขึ้น ในขณะที่ทุกคนมีเวลาเท่ากัน
สิ่งที่พูดมาทุกอย่างที่เป็นทุน เมื่อจ่ายออกไป ก็น้อยลงหรือหมดไป ต้องเร่งหามาเพิ่ม โดยการเอาบางสิ่งบางอย่างไปแลกมา
แต่มีต้นทุนในตัวเราที่น้อยคนจะรู้และมองเห็น เป็นต้นทุนที่ใช้ไม่มีวันหมด ยิ่งใช้ยิ่งเพิ่มพูน นั่นคือ
- ความดีใจจิตใจ พัฒนายกระดับจิตใจให้สูงขึ้น ยิ่งคุณ คิดดี พูดดี ทำดี มากเท่าไหร่ไม่มีวันหมด ช่วยเหลือแบ่งปันให้ผู้อื่นประสบความสำเร็จ ช่วยเขาแก้ปัญหา หลีกหนีความเจ็บปวดได้มากเท่าไหร่ ผลตอบแทนที่คุณจะได้จะมาเองแบบทวีคูณแบบอัตโนมัติ โดยที่คุณไม่เสียอะไรเลย
- ปัญญา หมั่นศึกษาเพิ่มปัญญาตัวเองให้ความรู้แบ่งปันสิ่งที่ดีมีประโยชน์ ยิ่งให้มาก ปัญญาเรายิ่งเพิ่มพูนไม่มีหมด
ฝัน…ฝันให้ยิ่งใหญ่ จงรู้สึก…เชื่อมั่น…ศรัทธาในฝันนั้น…และตัวคุณเองไม่ว่า…ฝันของคุณจะเป็นอย่างไร
จงสร้าง…และทำฝันนั้นให้เป็นจริง ยื่นมือของคุณออกไป..พร้อมที่จะให้ความช่วยเหลือด้วยความอบอุ่นใจ…
เอาใจใส่…และดูแล ในทุกความฝัน…และความรู้สึกพร้อมที่จะเป็นผู้ให้…ก่อนที่จะเป็นผู้รับ
เรียนรู้วิธีใช้เครื่องผ่อนในการหาปลาและจงสอนให้เขารู้วิธีหาปลา…แต่…อย่าเอาปลาไปให้เขากิน
จงสร้างความแตกต่างจาก…สิ่งที่เคยเป็นถ้าคุณเชื่อมั่น และศรัทธา…มหัศจรรย์แห่งชีวิต..จะเกิดขึ้นกับคุณ
ความคิดที่แตกต่าง สิ่งมหัศจรรย์ย่อมเกิดขึ้นได้…ด้วยมือของคุณก้าวเดินต่อไป…
วันศุกร์ที่ 15 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2556
การเพิ่มทุนโดยไม่ใช้เงินสดในธุรกิจเครือข่าย
หากเราต้องการอะไรสักอย่างเราต้องเอาอะไรบางอย่างไปแลก
- เอาเงินไปซื้อของ เพราะ เงินเป็นตัวกลางในการแลกเปลี่ยน ในยุคต์ปัจจุบัน
- เอาของไปขายเป็นเงิน เพื่อเอาเงินมาไว้แลกของที่ต้องการ
- เอาเงินไปซื้อเวลา เช่น จ่ายค่าทางด่วน จะได้เดินทางได้เร็วขึ้น
- เอาเวลาและแรงงานไปแลกกับเงิน ทำงาน รับจ้าง ได้ค่าจ้าง ได้เงินเดือน มีประสบการมีความสามารถมากขึ้นได้เลื่อนตำแหน่ง เงินเดือนก็เพิ่มขึ้น
- ฯลฯ
- เอาของไปขายเป็นเงิน เพื่อเอาเงินมาไว้แลกของที่ต้องการ
- เอาเงินไปซื้อเวลา เช่น จ่ายค่าทางด่วน จะได้เดินทางได้เร็วขึ้น
- เอาเวลาและแรงงานไปแลกกับเงิน ทำงาน รับจ้าง ได้ค่าจ้าง ได้เงินเดือน มีประสบการมีความสามารถมากขึ้นได้เลื่อนตำแหน่ง เงินเดือนก็เพิ่มขึ้น
- ฯลฯ
สิ่งที่เราเอาไปแลก คือ “ทุน” ถ้าเราอยากได้มากขึ้น ก็ต้องใช้ “ทุน” ที่สูงขึ้น ในขณะที่ทุกคนมีเวลาเท่ากัน
วันนี้จะพูดถึงการลงทุนในการทำธุรกิจเครือข่าย
การลงทุนทำธุรกิจทั่วไป การที่จะมีรายได้เดือนละแสน ต้องใช้เงินลงทุนไม่ต่ำกว่า หนึ่งล้านบาท และยังต้องมีค่าใช้จ่ายผูกพันธ์ตามมา อีก เช่น ค่าเช่า ค่าน้ำ ค่าไฟ ค่าจ้างพนักงาน ฯลฯ
สำหรับธุรกิจเครือข่ายเป็นธุรกิจที่ใช้เงินเงินสดลงทุนต่ำมาก เพราะทุนจะอยู่ที่ตัวผู้ประกอบการ คือทักษะ ความสามารถ กำลังใจ ความอดทน ความเอาจริงเอาจัง การฝึกฝนเรียนรู้
นักธุรกิจเครือข่าย ที่มี ทักษะ ความรู้ ความสามารถในเรื่องธุรกิจเครือข่าย มากเท่าไหร่ ก็ เหมือนกับมี ทุนมาก เมื่อมีทุนมากก็ ทำเงินได้มาก เขาสามารถสร้าง พัฒนา ขยายองกร ของเขาได้เท่าที่ใจปรารถนา ขอให้ท่านนึกถึงผู้นำ ที่ปรากฏตัวบนเวทีในงานประกาศเกียรติคุณ ที่บริษัทจัดขึ้น พวกเขาขึ้นพูดบนเวทีสร้างความประทับใจ สร้างแรงบันดาลใจให้คน เป็นร้อยเป็นพัน และการที่พวกเขามีรายได้เป็นแสนเป็นล้าน เพราะพวกเขา มีทักษะ คือมีทุนมากนั่นเอง
พอเห็นภาพแล้วใช่ไหมครับว่า เราต้อง เพิ่มทุนหรือทักษะ ในการทำธุรกิจเครือข่ายของเรา เพราะเรามีความสามารถ มีทักษะเท่านี้ ยังมีทุนน้อยอยู่ รายได้ถึงยังไม่มาก
การเรียนรู้ทีได้ผลรวดเร็ว คือการเอาแบบอย่างผู้สำเร็จ
เรียนรู้สังเกตทำตามในแบบที่เป็นตัวเรา และจุดประสงค์การเรียนรู้คือ นำมาปฏิบัติฝึกฝนทำซ้ำๆเพื่อให้เกิดทักษะ และสามารถถ่ายทอดไปสู่ดาวน์ไลน์คนต่อๆไป เท่ากับทำงานด้วยตัวของเราเอง
สิ่งจำเป็นที่จะต้องรู้รอบตอบได้ในการทำธุรกิจเครือข่ายของคุณ คือ
- บริษัทที่คุณทำ ข้อมูล วิสัยทัศน์ ผู้บริหาร ความมั่นคง
- สินค้า รายละเอียดทุกอย่าง ข้อดี ข้อเสีย คู่แข่ง แนวโน้ม
- แผนตลาดการจ่ายผลตอบแทน ข้อดีข้อเสีย
- ระบบ ทีมงาน แผนการทำงาน
- เข้าอบรมเรียนรู้หลักสูตรที่บริษัทจัดให้ เพราะเป็นแนวทางที่ใช้พัฒนาในการทำงานในบริษัทที่คุณทำ
- เข้าอบรมเรียนรู้หลักสูตรการพัฒนาศักยภาพ หลักสูตรผู้นำ เพราะธุรกิจเครือข่ายผู้นำเท่านั้นที่มีรายได้หลักแสนหลักล้าน
การเพิ่มทุนโดยไม่ต้องใช้เงินสด คือการเรียนรู้ฝึกฝนเพิ่มทักษะ แล้วถ่ายทอด ทำซ้ำๆ
ทักษะหรือทุนที่เพิ่มขึ้นรายได้คุณก็เพิ่มขึ้นเช่นกัน
วันพฤหัสบดีที่ 14 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2556
ทำอย่างไรให้ประสบความสำเร็จในธุรกิจเครือข่าย?
คุณอาจจะไม่ชอบใจนักกับคำถามที่เคยได้ยินมาซ้ำๆ บอ่ยๆ แต่ก็ไม่ทำให้ใคร ทำตามคำตอบที่เป็นทิษฎีได้
เพราะ สิ่งที่จะทำให้คุณประสบความสำเร็จในธุรกิจเครือข่าย หรือในสิ่งที่คุณทำในชีวิตนี้ คือ
“ความอยาก”
ทุก สิ่งทุกอย่าง ที่คุณ พยายามทำให้ได้ จนประสบความสำเร็จ เล็กบ้างใหญ่บ้าง หรือการที่คุณได้อะไรมาครอบครอง จุดเริ่มต้นมาจากความอยาก ยิ่งคุณอยากได้สิ่งนั้นมากเท่าไหร่ จิตใตสำนึกคุณ ก็จะประมวลทักษะ ประสบการทุกอย่างนำออกมาใช้ให้คุณประสบความสำเร็จ
จึงมีคำกล่าวว่า “ไม่ได้ด้วยเล่ก็ต้องเอาด้วยกลไม่ได้ด้วยมนต์ก็ต้องเอาด้วยคาถา”
ผมมีคำถามอีก ขอออก ตัวก่อนครับว่าไม่ได้เล่นปุจฉาวิปัสนา เพียงแต่จะให้ทุกท่านเห็นภาพที่ชัดเจนยิ่งขึ้น
ระ ว่างความยาก กับ ความสบาย ท่านเลือกแบบไหนครับ แน่นอน ว่าจิตใต้สำนึกทุกท่าน ต้องตอบว่าชอบสบาย ชอบความเคยชิน เพราะมันไม่ต้องเสี่ยงไม่ต้องดิ้นรน
สิ่งที่จะบอกทุกท่านคือ ความเคยชิน ความสบาย เล็กๆน้อยๆ ในชีวิตประจำวันของท่านนั่นแหละ เป็นสิ่งปิดกัน ไม่ไห้ท่านประสบความสำเร็จ ขยายให้เห็นภาพก็คือ สิ่งที่ท่านทำทุกวัน แบบสบายๆ ทำแบบเดิมๆ ผลลับที่ได้ก็เดิมๆ ไม่ต้องเสี่ยงอะไร ซึ่งผมขอเรียกโซนนี้ว่าโซนสบาย หรือ Comfort Zone แต่ความสำเร็จมันอยู่นอกโซนของท่านครับ ท่านต้องกล้าที่จะก้าวออกจากโซน สบาย ไปสู่โซนสำเร็จ
โดยใช้ความอยาก ที่มากพอ ให้เหมือนกับช่วงเวลาที่คุณมีความอยากที่จะพิชิตใจแฟนของคุณเมื่อตอนที่จีบ กันไหม่ๆ ไม่ว่าจะมีคู่แข่ง มีอุปสรรค์ขนาดไหนก็ไม่หวั่น คุณต้องเป็นผู้ชนะ
จงสร้างความอยากของคุณให้มากพอ ยิ่งถึงขึ้นกระหาย ได้ คุณประสบความสำเร็จแน่นอน ผมขอเป็นกำลังใจให้ทุกท่านครับ
วันพุธที่ 13 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2556
สุดยอด ระบบการสร้างเครือข่ายที่ดีที่สุด
สุดยอด ระบบการสร้างเครือข่ายที่ดีที่สุด
ถ้าคุณเป็นคนนึงที่มีคำถามอยู่ในใจว่า หากจะทำธุรกิจเครือข่าย
ควรจะเลือกบริษัทไหนเป็น Partner แล้วทำไมต้องเลือกบริษัทนั้น
มันดีกว่าเหนือกว่าบริษัทอื่นอย่างไร ใช้อะไรตัดสิน
เพราะมันคงไม่ใช่แค่ปัจจัยเบื้องต้น 3 ข้อแบบหยาบๆนั่นคือ ตัวบริษัท แผนการตลาด
และสินค้า วันนี้เราจะเปิดเผย 8 ปัจจัยที่เราใช้เลือก Partner
และมาดูกันว่าบริษัทไหนที่เราแนะนำ
1. บริษัทเปิดมานานพอ
“A man always has two reasons for doing anything: a good reason and the real
reason.”
J. P. Morgan
“คนเราเมื่อทำอะไรซักอย่างมักจะมี 2 เหตุผล คือ เหตุผลที่ดี กับเหตุผลที่แท้จริง”
เป็นคำพูดของ J. P. Morgan นักการธนาคารชาวอเมริกัน
แค่บริษัทมีความมั่นคง และไม่ใช่แชร์ลูกโซ่ ไม่เพียงพอสำหรับการเลือกบริษัทนั้นเป็น
Partner มันมีสิ่งที่สำคัญกว่านั้น นั่นคือ บริษัทต้องเปิดมานานพอ เพราะบริษัทที่กระจายสินค้าแบบ MLM เปิดใหม่ทุกสัปดาห์และปิดตัวทุกอาทิตย์
คุณไม่มีทางรู้ได้เลยว่าบริษัทจะยืนระยะได้หรือเปล่า
นอกจากนี้ ถ้าคุณเลือกบริษัทที่เปิดมานาน คุณจะแก้ปัญหาที่ใหญ่มากในอนาคตนั่นคือ
การย้ายบริษัทของ Downline ของคุณ บริษัทที่เปิดใหม่จะดึงดูดคนมากมายที่เลือกบริษัทนั้นเพราะเหตุผลเรื่อง “อยากเป็นต้นสาย” แล้วก็สมัครกับบริษัทนั้น และหลังจากทำธุรกิจได้ 2-3 ปีก็เปลี่ยนไปอยู่บริษัทใหม่ เพราะอยากเป็นต้นสายของบริษัทใหม่
มันคงไม่สนุกแน่ถ้าคุณสร้างธุรกิจกับบริษัทใหม่ แล้วเวลาผ่านไป 2-3 ปี Downline
ที่เป็นผู้นำของคุณที่มียอดธุรกิจก็ย้ายไปบริษัทใหม่ เพราะอยากเป็นต้นสายบริษัทใหม่ คุณก็ต้องเสียผู้นำคนนั้นไปโดยไม่จำเป็น
ถ้าบริษัทนั้นๆเปิดมานานกว่า 5 ปี คุณก็ค่อนข้างจะมั่นใจได้ว่าคนที่เข้ามาร่วมธุรกิจกับคุณ
เป็นประเภทที่ไม่ได้อยากเป็นต้นสายไม่ใช่พวกทำไร่เลื่อนลอยเปลี่ยนบริษัทไปเรื่อยๆ
สายงานที่คุณสร้างมาก็จะมั่นคง คนไม่ย้าย เพราะฉะนั้นขอให้คุณเลือกอยู่กับบริษัทที่เปิดในไทยมานานกว่า 3 ปี
2. รูปแบบของแผนการตลาด
“I choose to live, not just exist.”
James Hetfield
“ฉันเลือกที่จะใช้ชีวิต ไม่ใช่แค่มีชีวิต” มาจากคำพูดของ James Hetfield นักร้อง
และนักแต่งเพลงชาวอเมริกัน
คุณคงสงสัยว่าระบบ Nu System-5 เป็นอย่างไร ทำไมไม่เป็น 2 หรือ 4 ทำไมต้องเป็น 5
ระบบ Nu System 5 เป็น ระบบการสร้างเครือข่ายผู้บริโภคที่ทรงพลัง การลงทุนต่ำ ผลตอบแทนสูง ภายในระยะเวลาอันสั้น
"ระบบ NU System - 5 ช่วยให้คุณและ องค์กรของคุณเติบโตได้อย่างรวดเร็ว โดยมี ระบบ Support รองรับที่สมบูรณ์แบบ สามารถประสบความสำเร็จเป็นนักธุรกิจที่มีรายได้สูง ได้ภายใน 10 เดือน"
3. ช่องทางการรับรายได้
David Herbert Lawrence
“มีแต่ในนิยายเท่านั้นที่ทุกสิ่งได้รับความสนใจ” เป็นคำพูดของ David Herbert
Lawrence กวีชาวอังกฤษ
มันจะดีกว่า ยุติธรรมกว่าไหม ถ้าแผนการตลาดของบริษัทเปิดโอกาสให้คุณได้รายได้ครบทุกช่องทางตั้งแต่วันแรกที่คุณเริ่มต้นธุรกิจ โดยเฉพาะอย่างยิ่งแผนแบบ Stair Step-Break Away และแผนการตลาดของบริษัทไม่กี่บริษัทที่ให้คุณได้รายได้ครบทุกช่องทางตั้งแต่วันแรก
4. ความรวดเร็วในการสร้างเครือข่าย
“Speed provides the one genuinely modern pleasure.”
Aldous Huxley
“ความเร็วมอบความสุขที่ทั้งทันสมัยและแท้จริง” เป็นคำพูดของ Aldous Huxley
นักเขียนชาวอังกฤษ
ถ้าเลือกได้ระหว่าง “สำเร็จเร็ว” กับ “สำเร็จช้า” ทุกคนคงเลือก “สำเร็จเร็ว”
เพราะมันดีกว่า “สำเร็จช้า” อย่างแน่นอน ถ้าเลือก ระบบที่ใช้แผนที่คุณต้องสร้าง 2 สายงาน หรือ 10 สายงาน ในเริ่มต้น มันเป็นไปไม่ได้เลยที่คนธรรมดาจะสำเร็จได้
แผนระบบ NU System 5 นอกจากให้สร้างแค่ 5 สายงาน ในระยะเวลาอันสั้น ทำให้คุณมีเวลาในการช่วยเหลือ Downline ที่อยู่สายลึกอย่างเต็มที่ เพราะคนที่คุณ Sponsor ได้ก็ต้องถูกนำไปต่อให้กับ Downline และคนในองค์กรก็จะช่วยเหลือกันได้อย่างเต็มที่
ในขณะที่ถ้าคุณต้องสร้าง 2 สาย หรือ 10 สาย คุณจะสับสนกับการสร้างทั้ง “หน้ากว้าง”
และ “สายลึก” อีกทั้งยังไม่เกื้อหนุนให้เกิดการช่วยเหลือกัน
เพราะวัฒนธรรมจะกลายเป็นต่างคนต่างทำไม่ค่อยให้ความช่วยเหลือกัน
เพราะฉะนั้นคุณจะใช้พลังงาน ทรัพยากร และเวลาที่คุณมีอยู่ ได้อย่างคุ้มค่าที่สุด
และเร่งให้ความสำเร็จเกิดขึ้นได้อย่างรวดเร็วถ้าระบบ ที่คุณเลือกเป็น NU System 5
5. ความเป็นไปได้
“With self-discipline most anything is possible.”
Theodore Roosevelt
“ด้วยวินัยของคุณเกือบทุกสิ่งเป็นไปได้” เป็นคำพูดของ Theodore Roosevelt รัฐบุรุษ
และประธานาธิบดีสหรัฐอเมริกา
หลายต่อหลายคนคงเคยได้ยินวลีที่ว่า “ขยันผิดที่ 10 ปีก็ไม่รวย” หรือ
”ถ้าการทำงานหนักจะทำให้รวย ทาสคงรวยที่สุดไปแล้ว”
ถ้าคุณเลือกแผนการตลาดที่ทำยากมาก คนธรรมดามีโอกาสน้อยมากที่จะประสบความสำเร็จ
เพราะฉะนั้นถึงแม้ว่าคุณจะเป็นคนที่เก่ง มันก็ยังยากสำหรับคุณและคนที่คุณชวนให้เข้ามาร่วมธุรกิจจะประสบความสำเร็จได้ วิธีที่ดูความเป็นไปได้ที่ง่ายที่สุดคือ ดูจากจำนวนนักธุรกิจที่มีรายได้มากกว่า 1 แสนบาทต่อเดือน เมื่อเทียบกับยอดขายรวมของทั้งบริษัท มีเพียงไม่กี่บริษัทในประเทศไทยที่เปิดเผยข้อมูลนี้ แสดงให้เห็นว่าบริษัทที่เปิดเผยสิ่งนี้
มีหลักฐานเรื่องความเป็นไปได้ในการสร้างธุรกิจกับบริษัทนั้น
6. การเริ่มต้นธุรกิจ
“Start with what is right rather than what is acceptable.”
Franz Kafka
“เริ่มต้นกับสิ่งที่ใช่ แทนที่จะเริ่มต้นกับสิ่งที่พอรับได้” เป็นคำพูดของ Franz
Kafka กวีชาวออสเตรีย
บริษัทที่มีการเริ่มต้นธุรกิจที่ถูกกว่า ใช้เงินน้อยกว่า ย่อมเข้าถึงคนได้มากกว่า
และง่ายกว่าสำหรับการตัดสินใจ ถ้าคุณเลือกบริษัทที่ต้องเริ่มต้นธุรกิจโดยใช้เงินเยอะ คุณจะเสียกลุ่มเป้าหมายการ Sponsor บางกลุ่มที่มีเงินน้อยไปโดยปริยาย นั่นคือ กลุ่มนักศึกษา
และกลุ่มผู้มีรายได้น้อย ในขณะเดียวกันถ้าธุรกิจไม่มีการบังคับเรื่องการเริ่มต้นธุรกิจเลย
ก็ทำให้คุณเกิดปัญหา ”มีคนมากมายแต่ไม่มียอด”
อีกทั้งยังแยกไม่ออกระหว่างคนที่มาทำธุรกิจเล่นๆไม่จริงจัง ต้องการศึกษาเฉยๆ
กับคนที่ตั้งใจจริง ทำให้เราสูญเสียพลังงาน ทรัพยากร และเวลาไปโดยใช่เหตุกับคนที่ไม่ใช่่
7. การยืนระยะของนักธุรกิจ
“I persist in performing.”
David Tudor
“ฉันยังคงแสดงอยู่” เป็นคำพูดของ David Tudor นักเปียโนชาวอเมริกัน
การยืนระยะของนักธุรกิจมีความสำคัญเป็นอย่างยิ่ง เพราะถ้าแผนการตลาดของบริษัท
ไม่เอื้อให้คุณหรือ Downline ของคุณอยู่ในธุรกิจนานพอที่จะประสบความสำเร็จได้
หากกำหนดให้มีการรักษายอดส่วนตัวที่สูงจนเกินไป บางบริษัทต้องรักษายอดส่วนตัวเฉียดหมื่น ก็ยากเช่นกันสำหรับคนที่เข้ามาใหม่แล้วไม่มีรายได้ มีแต่รายจ่ายออกไปเกือบหมื่นทุกเดือน
ทางออกที่ดีที่สุดคือ คุณควรจะมองหาบริษัทที่รักษายอดส่วนตัวต่อเดือนไม่มากเกิน
เพราะมันเป็นไปได้สำหรับคนทุกกลุ่ม แม้แต่กลุ่มคนมีรายได้น้อยหรือเป็นนักศึกษา
พวกเค้าเหล่านี้มีโอกาสยืนระยะได้เพราะรายได้ที่เค้าได้
ตั้งความฝัน

สวัสดีครับทุกท่าน วันนี้ขอ นำเสนอ มุมมอง ของนักล่าฝัน เพื่อให้ได้ถึงฝั่ง คว้าดาวแห่งความฝันในระยะเวลาอันรวดเร็ว
ผมเชื่อว่าทุกท่านมีความใฝ่ฝันถึงอนาคต ที่ดี มีรายได้ที่มั่นคง หรือมีบ้านมีรถ มีอิสระภาพทางด้านการเงินและเวลา
หรือความฝันของท่านอาจจะชัดเจนอยู่แล้วในความฝันความต้องการของท่าน
และท่่านก็ได้ลงมือทำอย่างเต็มที่ในแบบฉบับของท่าน ทุ่มเทแรงกายแรงใจ เวลา ที่มีค่าของท่าน
คำถามก็คือ ท่านถึงฝันรึยัง ?
สิ่งที่ผมจะบอกทุกท่านก็คือ หากท่านอยากพิชิตความฝันในเวลาอันรวดเร็ว ท่านต้องมีความฝันที่ชัดเจน และเข้าใจอย่างถ่องแท้ในความฝันของท่านเอง และที่สำคัญคือท่านต้อง อั๊บเกรดตัวท่านเองให้มีคุณสมบัติ ตามสเป๊กของความฝันของท่าน
หมายความว่า หากท่านฝันที่จะมีรายได้ 1ล้านบาท ต่อ เดือน
ท่านก้ต้องดูว่าคนที่มีรายได้ 1ล้านบาทต่อเดือนเขามีคุณสมบัติอย่างไร
- เขามี บุคลิกอย่างไร
- เขาทำงานอย่างไร
- เขาแต่งตัวอย่างไร
- เขาทำอะไรบ้าง
- มุมมองเขาเป็นอย่างไร
- เขาอ่านหนังสืออะไร
- เขาใช้จ่ายอย่างไร
- เขาบริหารเวลาอย่างไร
วิธีที่ง่ายที่สุด ในการอั๊บเกรดตัวเองให้มีคุณสมบัติเท่ากับความฝัน คือการ ก๊อปปี้จากคนสำเร็จที่มีความสมบัติอยู่แล้ว
วันอังคารที่ 12 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2556
โปรแกรมจิตในการทำธุรกิจ
จากอานิสงฆ์ ในการอ่านหนังสือ ผมจึงได้รู้เคล็ดลัพธ์การตั้งโปรแกรมอัตโนมัติให้สมอง ของคนที่ประสบความสำเร็จร่ำรวยระดับโลก ซึ่งเป็นเคล็ดลัพธ์ที่ทุกท่านสามารถทำได้ด้วยตัวเอง และในเมื่อเราทำได้เหมือนกับคนรวย เราก็เป็นคนรวยได้ไม่แพ้ใคร
อวัยวะต่างๆในร่างกาย เคลื่อนไหวได้ก็เพราะได้รับคำสั่งจากระบบประสาท ที่มีจิตเป็นตัวสั่งการ เมื่อจิตรับสัมผัส ก็จะส่งไปให้สมองประมวลผล ว่าจะเลือกทำหรือไม่เลือกทำในสิ่งนั้น
เมื่อเกิดเหตุการณ์ ที่เหมือนกันบ่อยๆๆ จิตก็จะจดจำ และทำให้สมองบันทึกและสั่งการตอบโต้ตามเดิมเป็นอัตโนมัติ หากเราเกิดความรู้สึกในเรื่องใดแล้วปฏิบัติตอบสนอง ต่อความรู้สึกนั้นอย่างไร มันก็จะเป็นการตั้งโปรแกรมให้กับสมองเรา เช่น บางครั้งรู้สึก ปวดเมื่อยที่ต้นคอ เราก็จะบิดคอหมุนศีรษะทันที บางคนเมื่อรู้สึกว่ามือไม่สะอาด ก็จะล้างมือทันที แต่บางคนอาจจะตอบสนองไม่เหมือนกัน ขึ้นอยู่กับการตั้งโปรแกรม ของแต่ละคน ลองสังเกตุตัวเองดู แล้วจะรู้ว่านี่เป็นการตั้งโปรแกรมอัตโนมัติ ที่เราตั้งให้กับตัวเองจากการกระทำที่เคยชิน
แต่บางคนที่คิดจนเกิดความรู้สึกขึ้น แต่ไม่ได้ตอบสนอง ด้วยการกระทำ ต่อเมื่อความรู้สึกนั้นเกิดขึ้นมาอีก ร่างกายก็ไม่ตอบสนอง หรือหรือการตอบสนองคือการนิ่งเฉยโดยไม่กระทำีอีกวิธีการตอบสนองอัตโนมัติโดยการไม่ลงมือทำอีกตลอดไปเพราะเราตั้งโปรแกรมมันแบบไม่ได้ตั้งใจ
เมื่อคุณรู้กระบวนการทำงานของจิตและสมอง แล้วขึ้นอยู่กับว่าคุณต้องการจะโปรแกรมจิตของคุณเองหรือปล่อยให้เป็นไปตามยถากรรมแบบเดิมๆ หากคุณต้องการทำให้ชีวิตเปลี่ยนแปลง การกระทำจะต้องเกิดขึ้นเพื่อให้ผลลัพธ์เกิดขึ้นตามมา
โดยคุณจะต้อง ตั้งโปรแกรมตัวเองใหม่ ฝึกฝืนตัวเองบ้างเพื่อให้เกิดความรู้สึกเคนชินกับการลงมือทำ “คิดแล้วลงมือทำทันที” ไม่ปล่อยให้ผ่าไป แล้วสมองคุณจะบันทึกเหตุการณ์ แบบอัตโนมัติ เมื่อคุณเกิดความคิดความรู้สึกขึ้นมาอีก สมองคุณก็จะสั่งการให้ลงมือทำทันที เมื่อมีการลงมือทำ ก็จะเกิดผลลัพธ์ ตามมา ทำให้คุณมีความสุข สนุกกับการใด้ลงมือทำ ทำให้เกิดความคิดและเกิดความรู้สึกใหม่ๆ และเกิดผลลัพธ์ที่จับต้องได้ โดยไม่ต้องรอความคิดจากคนอื่น ทำให้คุณภูมิใจกับสักยภาพของตนเอง เป็นใทยในด้านความคิดริเริ่มในสิ่งใหม่ๆ
คนที่ประสบความสำเร็จร่ำรวย เมื่อเกิดความคิดขึ้นมาเขาลงมือทำทันที ไม่มีเดี๋ยว แต่ต้องเดี๋ยวนี้เลย
ในการทำธุรกิจเครือข่าย จำเป็นอย่างยิ่งต้องตั้งโปรแกรมจิตและสมองของคุณให้เป็นอัตโนมัติ เพราะความสำเร็จขึ้นอยู่กับตัวคุณ การลงมือทำอย่างเต็ม 100% คุณก็จะได้ผลลัพธ์ที่เต็ม 100 เช่นเดียวกัน
สมัครสมาชิก:
บทความ (Atom)








