วันเสาร์ที่ 2 กรกฎาคม พ.ศ. 2559

รู้อะไรก็ไม่มีความหมาย ถ้าไม่รู้คุณค่าของตัวเอง

           

           ชายผู้ไม่ยอมแพ้ วัย34ปี หนุ่มออสเตรเลียที่พิเศษ ไม่มีแขนไม่มีขา เท้าซ้ายมีนิ้วเล็กๆ2นิ้ว เคยคิดฆ่าตัวตายในตอนเด็ก เพราะรู้สึกโดดเดี่ยวเหลือเกินบนโลกใบนี้ แต่ในที่สุดเค้าก็ได้ต่อสู้มา ในที่สุดได้เป็นนักพูดสร้างแรงบันดาลใจ ให้กำลังใจคนอื่นทั่วโลก มาติดตามบทสัมภาษณ์ที่แสนจะอบอุ่นจากชายที่แม้ร่างกายจะไม่ครบสมบูรณ์ แต่จิตใจเค้ากลับไม่เคยขาดซึ่งความศรัทราในตัวเอง และยังมีพื้นที่กว้างมากพอที่จะสามารถโอบรับคนทั้งโลกให้สัมผัสสะเทือนเกิดแรงบันดาลใจกับเรื่องราวของเค้าคนนี้ “นิค วอยาชิช”


ปฏิกิริยาแรกของคุณคืออะไรคะ เมื่อทราบว่าตัวเองพิเศษไม่เหมือนใคร
นิค วอยาชิช : ผมว่าผมไม่มีแขนและไม่มีขา แต่ไม่คิดว่าเป็นเรื่องใหญ่อะไรจนกระทั้งได้ไปโรงเรียน ผมเริ่มโดนล้อ และโดนแกล้ง ผมตระหนักว่าผมไม่เหมือนคนอื่น ผมทำอย่างที่คนอื่นเขาทำไม่ได้ พ่อแม่ผมให้กำลังใจผมเสมอ พวกเขาให้ผมสนใจสิ่งที่ผมมี ละขอบคุณสิ่งเหล่านั้น แทนที่จะอิจฉาสิ่งที่คนอื่นเขามี การรู้ว่าตัวเองเป็นใครสำคัญมากกว่าการมีอะไร ผมซึมเศร้าและรู้สึกโดดเดี่ยว ผมรู้สึกอยากยอมแพ้ตอนที่เป็นเด็ก

คุณเอาชนะการโดนแกล้งที่โรงเรียนยังไงคะ
นิค วอยาชิช : พ่อแม่ผมมักบอกให้อย่าไปสนใจแต่มันยากมาก จริงๆแล้วแทบจะเป็นไปไม่ได้เลย พวกเขาพยายามให้แนวคิดผมว่า ถ้าคนไม่อยากเป็นเพื่อนกับผมเพราะกายภาพของผมพวกเขาก็จะเสียโอกาสที่จะได้มีมิตรภาพดีๆ และคุณเองก็คงไม่อยากเป็นเพื่อนกับพวกเขาเหมือนกัน ถ้าเขามาตัดสินที่รูปลักษณ์ภายนอก โดยที่ไม่รู้ว่าตัวเองมีคุณค่าอย่างไร เรามักมองสิ่งภายนอก พ่อแม่ผมมักสอนคือให้รักแม้กระทั้งศัตรู คนที่แกล้งผมอาจมีชีวิตวัยเด็กที่ยากลำบากทำให้พวกเขามีความโกรธแค้น ทำให้ทำร้ายคนอื่น การที่ทำให้ผมเข้าใจว่าไม่ใช่ผมคนเดียวที่เจ็บปวด มีอีกแยะที่ถูกแกล้งเหมือนกัน และให้ผมลงมือทำสิ่งต่างๆ ก้าวข้ามผ่านความกลัว ให้ผมรู้จักคิดฝันใหญ่ อย่างไรก็ตามเป็นเรื่องยากครับ เพราะผมรู้สึกโดดเดี่ยวผมไม่คิดว่าผมมีอนาคตหรือความหวัง ผมไม่คิดว่าผมมีมากพอที่จะมีความสุข

คุณให้กำลังใจตัวเองในตอนนั้นอย่างไงคะ
นิค วอยาชิช : พ่อแม่ผมมักให้กำลังใจผมเสมอ พวกเขาบอกว่ารักผมและสวดมนต์ให้ผม เราไปโบสถ์ พ่อแม่เป็นคริสเตียน พวกเขาพยายามปลูกฝังให้ผมเชื่อมั่นว่า มีเป้าหมายที่ใหญ่กว่านี้ในชีวิตของผม และเป็นสิ่งที่ผมอาจจะยังมองไม่เห็นในตอนนั้น พระคัมภีร์ไบเบิ้ลบอกว่าพระเจ้ามีแผนการ ความหวัง และอนาคตให้ผม แต่ผมมองไม่เห็นเลยครับ แม้จะได้รับกำลังใจ แต่ผมก็ยังหดหู่ ผมพยายามฆ่าตัวตายตอนผมอายุ10ขวบ พยายามจะทำให้ตัวเองจมน้ำในอ่างน้ำที่บ้าน ผมรู้สึกว่าไม่มีความหวัง ความหวังเป็นคำที่มีพลังมาก เราทุกคนมองหาความหวัง หาซื้อไม่ได้ต้องใช้ความจริง คุณค่าที่แท้จริงของตัวเอง ผมดีใจที่ผมไม่ได้ฆ่าตัวตาย เพราะไม่อยากให้พ่อแม่ผมต้องเจ็บปวด มองย้อนกลับไปผมรู้สึกว่าผมกำลังจะพลาดอะไรดีๆ ถ้าผมยอมแพ้ไปเสียก่อน

คุณก็ต้องหาวิธีใหม่ๆ เสมอในการดำรงชีวิตใช่ไหมคะ
นิค วอยาชิช : ตอนผมเป็นวัยรุ่น เพื่อนผมถามว่าใครช่วยผมที่บ้าน ผมบอกว่าพ่อแม่ผม เธอถามว่าแล้วศักดิ์ศรีของคุณละ ผมไม่เข้าใจความหมายของคำว่าศักดิ์ศรี ผมมาตระหนักที่หลังและคิดว่าผมน่าจะพยายามอยู่ได้ด้วยตัวเอง ผมควรพยายามทำทุกอย่างเท่าที่ทำได้ ไม่ใช่ทุกคนที่จะอยู่ได้ด้วยตัวเอง ไม่ใช่ทุกคนที่แปลงฟันเองได้ หรือแต่งตัวเองได้ ตรงนี้ไม่เกี่ยวข้องกับคุณค่าสักเท่าไหร่ทุกคนมีคุณค่าในตัวเอง ไม่ว่าจะเดินได้ไหมหรือนั่งรถเข็น ตอนผมอายุ13 ปี ผมพยายามเต็มที่ ผมแปลงฝันเอง ผมหวีผมเอง ดูแลตัวเอง พอผมอายุ15-16ปี ผมสามารถแต่งตัวพร้อมออกจากบ้านแล้วขึ้นรถแท็กซี่ แต่ปัญหาคือ ใช้เวลาประมาณหนึ่งชั่วโมงครึ่ง ในความพยายามและตั้งใจ ต้องทำใหม่ เวลาที่ทำไม่ได้ผมมีผู้ดูแลตอนอายุ23-24 ผมรู้สึกว่าไม่เป็นไรหากว่าเราต้องขอความช่วยเหลือจากผู้อื่น การยอมรับตรงนี้ต้องใช้ความถ่อมตนในการตระหนักว่าเราต้องการความช่วยเหลือ ผมไม่สมบูรณ์แบบ ผมไม่ใช่ซุปเปอร์ฮีโร่ มีอีกหลายอย่างที่ผมต้องแก้ไข ผมต้องการรักคนได้มากกว่านี้ มีความอดทนมากกว่านี้

เทียบกับตอนเป็นเด็ก ตอนวัยรุ่นเป็นช่วงที่ยากกว่าไหมคะ
นิค วอยาชิช : ตอนเด็กลำบากกว่าครับ แต่ตอนเป็นวัยรุ่นเพิ่มเริ่มกังวลว่าผมจะมีชีวิตแบบไหน ผมคงไม่มีงานทำ ผมคงไม่ได้แต่งงาน คงไม่มีแฟน และต่อให้มี ผมยังจับมือเธอไม่ได้เลย สิ่งเหล่านี้เริ่มเข้ามาในหัว เป็นอายุที่ทุกคนเริ่มออกเดท ผมเลยเริ่มคิดว่าผมจะต้องอยู่คนเดียวไปตลอดชีวิตหรือไม่ ตอนอายุ15 เป็นจุดเปลี่ยนใหญ่ที่ผมได้เจอกับพระเจ้าในคัมภีร์บทที่9 ชายคนหนึ่งเกิดมาตาบอด และไม่มีใครทราบว่าทำไมถึงเกิดเป็นแบบนั้น พระเยชูตรัสว่าเป็นแบบนี้เพราะผลงานของพระเจ้าจะแสดงออกจากผู้ชายคนนี้ ผมเลยคิดว่าถ้าพระเยซูทรงมีแผนสำหรับคนตาบอด พระเจ้าก็คงมีแผนให้ผม ผมคิดว่าถ้าพระองค์ทรงไม่ให้แขนกับขาแก่ผม ผมทราบว่าพระองค์จะทรงสร้างปาฏิหาริย์ ผมเก็บรองเท้าไว้ในตู้เสื้อผ้าคู่หนึ่ง เผื่อว่าจะเกิดขึ้นจริง แต่ต่อให้พระองค์ไม่ทรงให้แขนและขากับผม ผมสมบูรณ์แบบแล้ว ผมมีสิ่งที่เงินซื้อไม่ได้ และแขนขาไม่สามารถให้ได้ เป้าหมาย ความกระตือรือร้น ความกล้าหาญ ความสงบ สิ่งที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในชีวิตไม่ใช่สิ่งของ แต่คือการรู้คุณค่าของตัวเอง รู้จุดประสงค์ของตนเอง นั่นคือตอนที่ผมอาย15 ครับ

คุณรับมือกับคำถามที่ว่าทำไมต้องเป็นฉันและความโกรธยังไงคะ
นิค วอยาชิช : คำถามที่ว่าทำไมต้องเป็นผม เกิดขึ้นตอนอายุ8-12ขวบ ผมไม่เห็นสิ่งดีๆ ที่จะเกิดขึ้นได้ ผมรู้สึกว่าไม่มีจุดประสงค์อยู่เบื้องหลัง จุดหมายนำมาซึ่งความกล้าหาญ ถ้าไม่รู้ว่าเราอยู่ที่นี้ทำไม ไม่สำคัญว่าคุณมีหรือไม่มีอะไร แต่ถ้าไม่รู้ว่ามีชีวิตอยู่ทำไม ถ้าไม่มีการรับรู้ว่ามีชีวิตอยู่ทำไม ถ้าไม่มีการรับรู้ตรงนี้ คนก็อยู่ไม่ได้ ผมอยากให้ทุกคนรู้ว่า ความศรัทธาสำคัญมาก ถ้าไม่ศรัทธาในความหวัง คุณไม่เชื่อสิ่งที่มองไม่เห็น ถ้าคุณเชื่อเฉพาะสิ่งที่มองเห็นเท่านั้น คุณจะพลาดอะไรดีๆเยอะเลยครับ ดูสิครับ ผมจะพลาดอะไรไปบ้าง ถ้าเชื่อเฉพาะสิ่งที่เห็นตอนที่ผมเป็นเด็ก ความศรัทธา คุณเอาชนะได้ คุณสวยงามอย่างที่เป็น คุณไม่ใช่ความผิดพลาด คุณถูกสร้างมาเพื่อให้กำลังใจและรักคนอื่น

คุณทราบตอนไหนคะ ว่าอยากเป็นนักพูดแนวให้กำลังใจ
นิค วอยาชิช : ตอนผมอายุ17ปี ภารโรงจะคุยกับผมทุกวัน คุยเกี่ยวกับทุกเรื่อง เรื่องเพศ พระเจ้า ศาสนา ชีวิต เขาบอกว่าผมจะเป็นนักพูดซักวัน เขาบอกว่าผมจะเล่าเรื่องราวของตัวเอง ผมบอกว่าผมไม่มีเรื่องราวอะไรจะเล่า เขาบอกว่าผมมี เขาตื้อผม3เดือนให้ผมไปพูดให้เด็กวัยรุ่น10คนฟัง สุดท้ายผมไป ผมพูด พวกเขาเริ่มร้องไห้ พวกเขาคงซึ้งมาก แต่ผมก็ไม่ได้คิดอะไร แล้วโทรศัพท์ผมก็ดังขึ้นเรื่อยๆ เชิญให้ไปพูดที่นั้นที่นี่ ผมไปพูดต่อหน้าเด็กวัยรุ่น300คนที่โรงเรียนแห่งหนึ่ง ตอนผมอายุ19ปี ผมไม่รู้จะพูดอะไร มือเหงื่อออก ขาสั่น แล้วผู้หญิงครึ่งห้องก็ร้องไห้ มีอยู่คนหนึ่งที่ยกมือขึ้นแล้วบอกว่า ขอโทษนะคะขออนุญาตไปกอดคุณบนเวทีได้ไหม ต่อหน้าทุกคนเธอขึ้นมากอดผมแล้วก็ร้องไห้ และพูดว่า ขอบคุณ ขอบคุณ ขอบคุณ ไม่เคยมีใครบอกรักหนู ไม่เคยมีใครบอกว่าหนูสวยอย่างที่เป็น นั่นคือตอนที่ผมทราบว่าได้เปลี่ยนแปลงชีวิตหนึ่งชีวิต และทำให้รูว่า ผมคงไม่เป็นนักบัญชีหรือนักวางแผนการเงินแล้ว ผมก็เรียนจนจบปริญญาแต่ผมก็พยายามเรียนเป็นนักพูดครับ

อะไรคือใจความหลักที่คุณอยากบอกคนอื่นเวลาที่ไปพูดรอบโลกคะ
นิค วอยาชิช : ข้อความหลักคือคุณค่าที่แท้จริงในตัวคุณ และเป้าหมายหลักที่แท้จริง เพื่อให้รู้ว่าสิ่งต่างๆไม่ได้ ทำให้คุณมีความสุข เงิน ยาเสพติด เซ็กส์ แอลกอฮอล์ สิ่งลามก ชื่อเสียง เงินตรา ความเห็นของคนอื่น เกี่ยวกับคุณ คุณไม่ต้องเป็นเหมือนใคร คุณเป็นตัวคุณให้ดีที่สุด ให้รักกัน ให้รู้ว่าเราถูกสร้างขึ้นมาเพื่อจุดประสงค์ที่เป็นนิรันดร์ ให้สำนึกผิดในสิ่งที่ทำไม่ดี ความอิจฉา ความเกลียดชัง ความหยิ่งยโส ความโลภ และความใคร่ เราหันหลังให้สิ่งเหล่านี้ เราจะพบความสุข เราเป็นอิสระ ผมมีอิสระ ไม่ใช่เพราะมีคนรู้จักผมมากขนาดไหน ไม่ใช่เพราะจำนวนเงินที่อยู่ในบัญชีผม แต่เพราะรู้ว่ามีใครบางคนที่ต้องได้ฟังเรื่องของความหวัง ผมเป็นสิ่งมหัศจรรย์สำหรับคนอื่น ทุกคนเป็นสิ่งมหัศจรรย์ให้กับคนอื่นได้เหมือนกัน

เวลาดิฉันคุยกับคุณ คุณยิ้มตลอดเวลา ดูเป็นคนมีความสุข คุณเป็นคนคิดบวกตลอดเวลาได้ยังไงคะ
นิค วอยาชิช : เพราะผมมีความหวังผมเลยมีทัศนคติที่ดี บางคนบอกว่าวิธีที่จะมีความหวัง คือการมีทัศนคติที่ดี ผมว่าไม่ใช่ครับ ถ้ามีคนกำลังจะตายด้วยโรคมะเร็งแล้วเขาไม่รู้ว่าจะไปไหนหลังชีวิตนี้ จะมีทัศนคติได้อย่างไร เพราะผมรู้ว่าผมจะไปไหน ผมเป็นใคร ความตายก็ไม่ทำให้ผมกลัว ผมอยากให้คนรู้ว่า ถ้ามีความหวังจะพบความสงบ คุณยังคงมีความหวังได้ยังไงในวันที่มืดมนที่สุด นิค วอยาชิช : อย่าที่จะอยู่ในความมืดมน อยากให้เชื่อมั่นว่าจะมีสิ่งดีๆแล้วจะเกิดขึ้น ทุกคนมีบางอย่างรออยู่ จุดประสงค์ที่ยิ่งใหญ่ แต่ถ้าไม่เชื่อก็จะไม่ค้นหา และถ้าไม่ค้นหาก็จะไม่เจอ

ตอนนี้คุณเป็นคุณพ่อและสามีรู้สึกอย่างไงคะ
นิค วอยาชิช : น่าทึ่งครับ การแต่งงานยอดเยี่ยมมาก ผมแนะนำการแต่งงานอย่างสูงครับ ตอนที่ผมรู้สึกลูกผมเตะในท้องภรรยาไม่รู้จะอธิบายเป็นคำพูดยังไง ตื่นเต้น มีความสุข มีความสงบ ความรัก ผมพูดออกมาดังๆ ว่าผมรักลูก ผมชอบความรู้สึกที่ผมได้รักในฐานะพ่อคน สิ่งที่ผมต้องการคือสื่อสารกับคนทั่วโลกแต่ในขณะเดียวกันก็ต้องสมดุล อย่างแรกคือ ต้องมีเวลาในการสวดมนต์ และศรัทธาในศาสนา อย่างที่สองคือ ครอบครัว ผมต้องการเป็นสามีที่ดีมากกว่าเป็นนักพูดที่ดีและเป็นพ่อที่ดีด้วย ผมอยากให้ลูกรู้ว่าพ่อรักลูก รู้ได้ยังไง โดยการที่พ่อใช้เวลากับลูก

สำหรับคนที่มีเรื่องทุกข์ใจ แล้วเขานึกถึงนิคเขาควรคิดถึงอะไรคะ
นิค วอยาชิช : ความปิติยินดีครับ เป็นสิ่งที่บวก เรากำลังค้นหาความปิติ เป็นมากกว่าความสุข บ่อยครั้งความสุขก็ชั่วคราวเท่านั้น แต่ความปิติเป็นสิ่งที่คุณยึดเหนี่ยวได้ มีความปิติแม้กระทั้งเวลาร้องไห้ ความปิติว่า ถ้านิคทำได้ คุณทำได้

 รู้อะไรก็ไม่มีความหมาย ถ้าไม่รู้คุณค่าของตัวเอง

ค้นหาอนาคตที่คุณต้องการ ถ้าคุณเป็นคนหนึ่งที่มีความฝันและต้องการประสบความสำเร็จด้วยการเป็นเจ้าของสินทรัพย์ที่สามารถสร้างเงินไหล 6-7หลักต่อเดือน ค้นพบลู่ทางสร้างอิสรภาพทางการเงินที่นำคุณสู่การเกษียณในวัยใสที่มั่งคั่งและมั่นคง


 

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น